วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ดอยผาตั้ง เมืองเชียงราย


                ณ จุดยอดเนิน 103 บนดอยผาตั้งที่ความสูง 1,653 ม. คุณจะได้เห็นภูมิประเทศที่งดงามของลาวแบบ 360 องศา เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปกางเต็นท์ค้างคืนเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางหมอกหนาลัดเลาะท่วมท้นไปตามแม่น้ำโขงที่คดเคี้ยวเข้าไปในหุบเขาฝั่งลาวดอกพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง และอากาศหนาวระดับเลขตัวเดียว จึงกลายเป็นจุดกางเต็นท์และชมวิวที่ได้รับความนิยมของหมู่นักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติเสมอมา 

                การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152 ระยะทาง 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ ทางหลวงหมายเลข 1020 ระยะทาง 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด ทางหลวงหมายเลข 1155 ระยะทาง 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร จุดชมวิวช่องผาบ่อง สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงทอดตัวคดเคี้ยวในฝั่งลาว หากเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว 103




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

ภูชี้ฟ้า เมืองเชียงราย


                สถานที่ห้ามพลาดสำหรับคนที่รักในธรรมชาติ ภูชี้ฟ้ามีความสูงตั้งแต่ 1,200 - 1,800 เมตร ส่วนทำเลที่ชวนน่าหลงใหลที่สุดก็คือเนินที่ราบสูงบนยอดภู ซึ่งบนนั้นจะถูกห้อมล้อมไปด้วยความสวยงามของทิวเขาสูงมากมาย มีหุบเขาเขียวขจีขนาดใหญ่เป็นตัวกั้นอาณาเขตของไทยกับลาวเอาไว้ ในยามเช้าที่นี่ถือเป็นจุดชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยแห่งหนึ่งเลยทีเดียว






สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-



ไร่บุญรอด เมืองเชียงราย


                ไร่บุญรอด หรือ บุญรอดฟาร์ม จังหวัดเชียงราย (Boon Rawd Farm) สวยงามด้วยไร่ชากว้างใหญ่สุดสายตา โอบล้อมด้วยภูเขากว้างใหญ่ และอากาศดีตลอดทั้งปี เที่ยวชมผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพุทธรา มะเฟือง ไร่ชาอู่หลง และพืชผักผลไม้อีกหลากหลายชนิด และยังมีพรรณไม้ดอกหน้าหนาวสวยงามมากมายที่รอให้คุณไปชื่นชมอีกด้วย และอย่าลืมไปเดินเล่นชมทุ่งดอกปอเทืองที่จะบานสะพรั่งในช่วงธันวาคม ปิดท้ายการชื่นชมธรรมชาติด้วยอาหารมื้อพิเศษที่ร้าน "ภูภิรมย์" ที่อยู่ภายในไร่จ้า




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

ถนนคนเดิน เชียงราย เมืองเชียงราย


                ถนนคนเดินเชียงราย หรือ กาดเจียงฮายรำลึก จะมีทุกวันเสาร์ บริเวณถนนธนาลัยสุดสาย ใจกลางเมืองเชียงราย ถนนคนเดินที่นี่ถือว่าคึกคักสุดๆ เพราะเต็มไปด้วยสินค้าแฮนด์เมด มีของตกแต่งบ้าน ของพื้นเมือง ของที่ระลึกวางขายมากมายยาวเหยียด และไฮไลท์ของที่นี่ไม่เหมือนใคร คือ จะมีลานไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวมาเต้นรำวงกัน ซึ่งเราจะเห็นคนเฒ่า คนแก่ มาเต้น ดูแล้วชวนให้นึกถึงวันวานเสียจริง เปิดตั้งแต่เวลา 16.00 น.-24.00น (เฉพาะวันเสาร์)






สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

หอนาฬิกาเชียงราย เมืองเชียงราย


                กลางเมืองเชียงราย หอนาฬิกานี้มีความวิจิตรตระการตา เป็นศิลปะแบบเดียวกับที่วัดร่องขุน ทุกคืนเวลา 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม และ 3 ทุ่ม จะมีการแสดงแสงสีเสียง ที่หอนาฬิกาประกอบเพลงเชียงรายรำลึก ดังก้องถนนจนจะกลายเป็นที่ท่องเที่ยวไปแล้ว




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

สามเหลี่ยมทองคำ เมืองเชียงราย



                สามเหลี่ยมทองคำเป็นจุดที่สายนํ้าจากชายแดนไทย พม่าและลาวไหลมาบรรจบกันพอดี ซึ่งอดีต ที่นี่เคยเป็นแหล่งผลิตฝิ่นที่ใหญ่เลยทีเดียว ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณสามเหลี่ยม มีวัดพระธาตุดอยปูเข้า หรือจะนั่งเรือหางยาวที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวไปตามริมฝั่งนํ้าโขงได้




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

แม่สาย เมืองเชียงราย



                แม่สาย เป็นจุดผ่านแดนที่มีตลาดสินค้าราคาถูกที่หลั่งไหลมาจากจีน คุณสามารถข้ามชายแดนไทย - พม่า (ท่าขี้เหล็ก) เพื่อไปซื้อของฝากหรือข้าวของใช้สอยกันได้ ที่มีให้เลือกมากมายตระการตา โดยที่ด่านจะเปิดและปิดทำการในเวลาราชการ สถานที่ทำบัตรข้ามแดนอยู่ที่อำเภอแม่สาย เสียค่าทำบัตรคนละ 30 บาท





สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เมืองเชียงราย



                ไปดูสิ่งที่วิจิตรตระการตาอย่างวัดร่องขุ่นมาแล้ว ก็ต้องอย่าพลาดที่จะไป พิพิธภัณฑ์บ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาคารสถาปัตยกรรมแห่งนี้เป็นแบบกาแล ภายในเน้นจัดแสดงผลงานศิลปะลํ้าค่า จนถึงบรรดาหนังสัตว์ป่านานาชนิด เช่น หนังงู หนังหมี หนังควายป่า หนังเสือ ฯลฯ




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

วัดร่องขุ่น เมืองเชียงราย


        วัดชื่อดังที่ประดับตกแต่งด้วยลวดลายการวาด ปั้น และกระจกอย่างสวยงาม ภาพวาดภายในอุโบสถงานสถาปัตยกรรมอันเกี่ยวโยงถึงนรกและ สวรรค์ โดยฝีมืออาจารย์เฉลิมชัย โฆษิต-พิพัฒน์ ศิลปินที่มีความมุ่งมั่นในการังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างกลมกลืน




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-

ดอยตุง – พระตำหนักดอยตุง เมืองเชียงราย



            สถานที่ท่องเที่ยวที่รายล้อมไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระตำหนักดอยตุง สวนพฤกษชาติ หรือวัดพระธาตุดอยตุงที่ตั้งอยู่บนดอย และยังห้อมล้อมด้วยสภาพแวดล้อมที่สวยงามมากมายและข้างบนยังมีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงรายให้พุทธศาสนิกชนได้ไปกราบสักการบูชาเพิ่มพูนความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองอีกด้วย




สืบค้นจาก : http://www.chillpainai.com/scoop/570/10-


วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

PHP

$score=95;
if($score<=50)
{
echo 'grade 0';
}
else if($score<=55)
{
echo'grade 0.5';
}
else if($score<=60)
{
echo'grade 1';
}
else if($score<=65)
{
echo'grade 1.5';
}
else if($score<=70)
{
echo'grade 2';
}
else if($score<=75)
{
echo'grade 2.5';
}
else if($score<=80)
{
echo'grade 3';
}
else if($score<=85)
{
echo'grade 3.5';
}
else
{
echo 'grade4';
}
?>

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

The Scenery Resort & Farm

The Scenery Resort & Farm (เดอะ ซีนเนอรี่ รีสอร์ท แอนด์ฟาร์ม) สวนผึ้ง ราชบุรี










        The Scenery Resort เป็นรีสอร์ทในหุบเขา ติดลำน้ำภาชี เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนโดยเน้นความสงบ สบายและใกล้ชิดธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ขณะนี้ จำนวนบ้านพักที่เปิดให้บริการได้ทั้งหมดมี 7 หลัง คือ บ้านรูซี่ , บ้านแพงโกล่า , บ้านฮามาต้า , บ้านเมอริโน , บ้านคอร์ริเดล , บ้านคาทาดิน และบ้านบาร์บาโดส ซึ่งรองรับผู้เข้าพักได้รวม 24 ท่าน
 
        ทุ่งหญ้าบนเนินเขา ปกคลุมด้วยอากาศเย็นสบาย มีเดอะซีนเนอร์รี่รีสอร์ท (The Scenery Resort) ซึ่งเป็นรีสอร์ทเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบ ดินแดนแห่งภูเขา ทุ่งหญ้า ฝูงแกะและลำธารใส บรรยากาศธรรมชาติ มีลำธารไหลผ่าน ทุ่งหญ้าเขียวสบายตา จุดเด่นของที่นี่คือ ฝูงแกะที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และที่สำคัญ ห้องพักสไตล์เมอร์ดิเตอเรเนียนที่ชวนน่าพักผ่อน คือเสน่ห์ของ The Scenery Resort ที่หาได้ยากในรีสอร์ทอื่น

        ถึงแม้เดอะซีนเนอร์รี่รีสอร์ท (The Scenery Resort) จะเป็นรีสอร์ทเล็กๆ แต่การบริการที่ดีเยี่ยม ไม่ต่างจากรีสอร์ทหรูตามเมืองใหญ่ๆ ส่วนของห้องพักจะเป็นโซนส่วนตัว ทำให้บรรยากาศด้านใน เงียบสงบ การจัดสวนและต้นไม้ก็น่ารัก เก้าอี้นั่งสีแดงตัดกับสนามหญ้าสีเขียวๆ มีอยู่หลายๆ จุดในรีสอร์ท คงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของรีสอร์ทที่ใครไปใครมาต้องมาถ่ายภาพที่เก้าอี้เหล่านี้

การเดินทาง The Scenery Resort:
        จากตัวเมืองราชบุรี ให้ตรงไปอำเภอสวนผึ้ง ผ่านที่ว่าการอำเภอและโรงพยาบาลสวนผึ้งประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เส้นทางไปทางธารน้ำร้อนบ่อคลึงโดยเลยภูผาผึ้งรีสอร์ทไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะเห็นเดอะซีนเนอร์รี่รีสอร์ทอยู่ด้านซ้ายมือ

สืบค้นจาก : http://www.tinyzone.tv/TravelDetail.aspx?ctpostid=439

ตลาดน้ำสี่ภาค

 ตลาดน้ำสี่ภาค

         ตลาดน้ำสี่ภาค ตั้งอยู่เลยพัทยาใต้ไปทางสัตหีบเพียงไม่ถึง 10 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ริมถนนสุขุมวิท แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่ากกขนาดใหญ่ ต่อมามีการรื้อป่ากกออกเพื่อปรับปรุงพื้นที่ จึงรู้ว่าภายใต้ป่ากกที่รกรุงรังยังมีบึงธรรมชาติขนาดใหญ่อยู่ เลยเกิดไอเดียบรรเจิดเนรมิตรบึงแห่งนี้ให้กลายมาเป็น "ตลาดน้ำ" ให้ผู้คนได้สัมผัสความเป็นไทย ๆ จึงจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยที่เรียบง่าย เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้วิถีพอเพียงดั้งเดิมที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลใน 4 ภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ 

          อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าควรจะนำเอาของดีของเด่นทั้ง 4 ภาค มารวมไว้ด้วยกัน จึงกลายมาเป็น"ตลาดน้ำสี่ภาค" สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แหล่งรวมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และสินค้าต่าง ๆ ทั้ง 4 ภาคของไทยเอามารวมไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว 



        ถ้าเดินไปอีกหน่อยก็จะเจอ พิพิธภัณฑ์หนึ่งสยาม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานฝีมือหัตถกรรม ไม้สักทองแกะสลักไว้มากมาย หรือจะไปย้อนรำลึกและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของทั้ง 4 ภาค ไม่ว่าจะเป็น การทำนาปลูกข้าว, การทอผ้าไหม, การทำขนมไทยโบราณ ที่แปลงเกษตรสาธิตและสมุนไพรไทย ก็สามารถทำได้

        ขณะเดียวกัน ถ้าเหน็ดเหนื่อยก็หาซื้อของกินเล่นมารอนั่งชมการแสดงต่าง ๆ ของแต่ละภาค รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวัน หรืออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นนั่งเรือชม "ตลาดน้ำสี่ภาค" บ้างก็สามารถทำได้ เพราะมีเรือพายไว้บริการ จะพายเองหรือให้เจ้าหน้าที่คอยพายให้ก็ตามสะดวก ราคาเพียงแค่ลำละ 200 บาทต่อ 1 ลำ นั่งได้ 3-4 ท่าน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

        ทั้งนี้ ตลาดน้ำสี่ภาค จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 24.00 น. แต่สำหรับวันเสาร์ - อาทิตย์ จะมีการแสดงของแต่ละภาควนไปตามซุ้มต่าง ๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวรับชม



สืบค้นจาก : http://travel.kapook.com/view8292.html


ตลาดน้ำศิลปะกลางดง

ตลาดน้ำศิลปะกลางดง 
ตลาดอารมณ์ศิลปินของคนมีศิลป์ในหัวใจ

        ตลาดน้ำที่ออกตัวว่าเล็กที่สุดโลก แต่ถึงจะเล็ก ก็แฝงด้วยความพิเศษที่ต้องถูกอกถูกใจคนรักศิลปะเป็นแน่ เพราะตลาดน้ำแห่งนี้รวบรวมเอาร้านค้าและกิจกรรมด้านศิลปะเอาไว้ทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะเป็น Art gallery สตูดิโอวาดภาพ ร้านของตกแต่งบ้านดีไซน์น่ารัก หรือของที่ระลึกสวยๆ ก็มีให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน


        ถ้าท้องร้องเพราะหิวหรืออยากนั่งชิลในร้านบรรยากาศดี ที่นี่ก็มีร้านอาหารอร่อยๆ ไว้ให้บริการ เช่น Lekker Gril Restaurant ที่เสิร์ฟเมนูสเต็กนุ่มชุ่มลิ้นพร้อมไส้กรอกโฮมเมด Coffee Bean by Kaldi กับเมนูกาแฟหอมกรุ่นกลมกล่อม เป็นต้น


        หลังจาก"ตลาดน้ำศิลปะกลางดง" ประสบความสำเร็จครองใจใครหลายคนมานาน ผู้ก่อตั้งจึงเปิด "สวนซ่อนศิลป์" ที่ซุกซ่อนความงดงามของศิลปะไว้ทุกอณูไว้ให้ได้ชมเพิ่ม โดยจัดแสดงสวนจากทั่วโลก ถึง 5 แบบ ได้แก่ สวนโมเสก สวนหินล้านปี สวนอังกฤษ สวนญี่ปุ่น และสวนป่าฝน แถมยังมีมุมสวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปกันเพียบ



        ไม่ว่าจะเป็น "บ้านนักเขียน" ให้คุณท่องไปในโลกเปี่ยมมนต์เสน่ห์ของตัวอักษร "ดินแดนคนจิ๋ว" รูปปั้นคนจิ๋วหลากหลายอิริยาบถ พร้อมของใช้ต่างๆ หรือจะเป็นเรือกอนโดล่าประดับดอกไม้ที่จอดอยู่ริมน้ำก็ให้บรรยากาศของเมืองสุดโรแมนติกอย่างเวนิสได้เป็นอย่างดี


สืบค้นจาก : http://travel.sanook.com/





วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กุหลาบสีขาว ภูหินร่องกล้า

กุหลาบสีขาว


อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับแห่งที่ 48 ของประเทศ และนับเป็นแห่งที่ 14 ของภาคเหนือ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 102,000 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์, อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์


ในอดีตเคยเป็นฐานที่มั่นของลัทธิคอมมิวนิสต์ไทย ที่เคยต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล ยังคงหลงเหลือร่องรอยเรื่องราวในอดีตไว้ให้เห็นกัน นั่นก็คือ โรงเรียนการเมืองการทหาร และสำนักอำนาจรัฐ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามหลากหลาย ทั้งลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง และน้ำตกอันสวยงามหลายแห่ง มีเทือกเขาที่สลับซับซ้อน โดยมี ภูหมันขาว เป็นยอดเขาสูงที่สุด มีความสูงประมาณ 1,820 เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงทำให้ ภูหินร่องกล้า แห่งนี้มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี


ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาว ชมวิวทิวทัศน์ และพืชพรรณดอกไม้เมืองหนาวกันเป็นจำนวนมาก สำหรับในช่วงฤดูร้อนของทุกปีนั้น อุทยานภูหินร่องกล้า แห่งนี้ยังคงมีความน่าสนใจแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเที่ยวอื่นๆ นั่นก็คือจะมีต้น กุหลาบสีขาว ออกดอกสีขาวบานสะพรั่งอวดความสวยงาม ไปทั่วบริเวณลานหินปุ่ม และลานหินแตก บานอวดโฉมให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก เหมาะแก่การมาเที่ยวชม ถ่ายภาพ และศึกษาธรรมชาติ


กุหลาบสีขาว  เป็นพรรณไม้ในวงศ์ ERICACEAE เช่นเดียวกับกุหลาบพันปี มีชื่อท้องถิ่นว่า ดอกสามี หรือไม ลักษณะต้นเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร มักพบขึ้นอยู่บนภูสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะในพื้นที่โล่งที่เป็นลานหิน ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ดอกมีลักษณะเป็นช่ออยู่ตามปลายกิ่ง ช่อละ 3-5 ดอก ดอกจะมีลักษณะเป็นสีขาว สีขาวอมชมพู และจะมีสีเหลืองแต้มตามโคนดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยหรือระฆัง ส่วนใหญ่พบตามภูเขาที่มีระดับความสูง 1,000-1,600 เมตร เมื่อบานเต็มที่จะมองดูเป็นสีขาวสะพรั่งไปทั้งต้น กระจายตามที่โล่งแจ้งที่มีพื้นเป็นหินทราย   ต้นกุหลาบขาวมีความสูงอยู่ในระดับสายตาของเรา กุหลาบขาวชนิดนี้ยังพบเห็นได้ที่ ดอยเชียงดาว ภูกระดึง  และภูหลวง

สืบค้นจาก : http://travel.mthai.com/blog/51471.html